ทำความรู้จัก “ยันต์” ความศรัทธาที่ยังคงอยู่ในยุค 5G

5517 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทำความรู้จัก “ยันต์” ความศรัทธาที่ยังคงอยู่ในยุค 5G

เราเชื่อว่าคุณย่อมต้องเคยเห็นลายยันต์ผ่านหูผ่านตามาบ้างไม่มากก็น้อย ยันต์ เป็นวัตถุมงคลหรือเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้นชินในสังคมไทย

คำว่า “ยันต์” หมายถึง รูปอักขระ ลวดลายต่างๆ ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า “ยัญญ์” ในภาษาบาลีที่แปลว่า สิ่งที่มนุษย์พึงเซ่นสรวงบูชาให้มีความสุขความเจริญ โดยมากก็จะเป็นยันต์ที่อยู่ในสาย มหาอุตม์ ยันต์แคล้วคลาด ยันต์เมตตา สายโชคลาภ แล้วแต่ว่าแต่ละสำนักจะเอาไปบรรจุไว้ที่ใด

บ้างก็ลงสักที่ร่างกายเพื่อให้ติดอยู่กับตัวตลอด บ้างก็เขียนไว้ในวัตถุมงคล โดยรูปแบบของวัตถุมงคล มักจะอยู่ในรูปแบบดังต่อไปนี้

  • มหาอุตม์ : ยิงไม่ออก
  • แคล้วคลาด : ออกไม่โดน
  • คงกระพัน : โดนไม่เข้า
  • เมตตา : เข้าแต่ไม่เป็นไร

โชคลาภดังเช่นยันต์ทั้ง 4 ของเสื้อ MURICO ที่ถูกวาดขึ้นโดยพระอาจารย์เอกลักษณ์ ปัญญาคโม แห่งวัดพุทธพรหมยาน ที่ประกอบขึ้นด้วยคุณพระรัตนตรัย อันได้แก่ พุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ

  1. นะ แคล้วคลาด พุทธคุณ : แคล้วคลาด คงกระพัน มีกำลังกาย กำลังใจที่ดี ไม่เกรงกลัวต่อภยันตรายต่างๆ
  2. นะ พระสิวลี พุทธคุณ : ความร่ำรวย โชคลาภเพิ่มพูน
  3. ฉัพพรรณรังสี พุทธคุณ : เสริมเรื่องเสน่ห์และความเมตตา ให้ผู้คนรักและเอ็นดู
  4. ยอดพระไตรปิฎก พุทธคุณ : เสริมเรื่องความสุขมวลรวม ทั้งเรื่องลาภยศ สุขสรรเสริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และความพินาศทั้งปวง

ลายเส้นของยันต์โดย พระอาจารย์เอกลักษณ์ ปัญญาคโม วัดพุทธพรหมยาน แสดงความเป็นเอกลักษณ์ความเชื่อ หากมีความตั้งใจในการรักษาศีลและสวดมนต์ จะพบแต่ความโชคดีและแคล้วคลาดจากอันตราย อิงเอาคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ มาผูกเป็นดวงยันต์ให้เกิดเป็นพลังเพื่อดึงดูดมงคลให้กับชีวิต เสริมสร้างกำลังใจให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาสืบต่อไป


นั่นจึงเป็นที่มาว่า ทำไมยันต์จึงยังคงอยู่ไม่สูญหายไปตามกาลเวลาแม้ว่าจะผ่านจุดกำเนิดยันต์มาเป็นเวลาหลายๆ ร้อยปีแล้วก็ตาม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้